interior-page-header-preg-test-n (1)

Share on FacebookShare on LinkedInPin on PinterestEmail this to someonePrint this pageรู้วันไข่ตกตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น

เคลียบลูมีหลักการทำงานอย่างไร
Clearblue Digital Ovulation Test

คำถามที่พบบ่อย

Advanced digital ovulation test เคลียบลูฮอร์โมนสองตัว

คำถามที่พบบ่อย

Clearblue Fertility Monitor

คำถามที่พบบ่อย

คำถามทั่วไปเกี่ยวกับการหาวันไข่ตก

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
ทราบผลตั้งครรภ์และอายุครรภ์ในการตรวจครั้งเดียว

Slide image Pregenancy

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ทำความรู้จักร่างกายของตัวเอง
สัญญาณของการตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์มีอาการเริ่มแรกอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองในขณะตั้งครรภ์
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์
รับมือกับ PMS
ประจำเดือน
Ovulation การตกไข่

รายการสินค้า

Clearblue ตรวจการตั้งครรภ์แบบดิจิตอล
Clearblue เครื่องตรวจหาวันไข่ตกแบบดิจิตอล
วิตามินผู้ชาย วิตามินผู้หญิง
วิตามินเตรียมตั้งครรภ์
เจลหล่อลื่นเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ คอนซีฟว์พลัส

คำถามที่พบบ่อยและข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจตั้งครรภ์

mamebaby ได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์มาไว้ที่ด้านล่างนี้ หากคุณมีข้อสงสัยหรือมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราเพื่อสอบถามเพิ่มเติมได้ทุกวันทำการ

จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

สามารถทำการทดสอบตั้งครรภ์ก่อนประจำเดือนมาได้หรือไม่
หากทานยาคุมแล้วอยากรู้ว่าท้องไม่ท้อง จะเริ่มตรวจได้เมื่อไหร่
หากเพิ่งหยุดยาคุม จะสามารถเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่
ทานยากระตุ้นการตกไข่ (Clomid) จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
เพิ่งคลอดบุตรและคิดว่าอาจจะท้องอีก จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
เพิ่งคลอดบุตรและกำลังอยู่ในช่วงให้นมลูกแต่คิดว่าอาจจะท้องอีก จะสามารถเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
หากฉีดยาคุมหรือใช้ยาคุมแบบฝังแล้วสงสัยว่าอาจท้อง จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพิ่งแท้งครรภ์แต่ตอนนี้รู้สึกว่าอาจตั้งท้องแล้ว จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อผลการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

การทานยากระตุ้นการตกไข่ (Clomid) มีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
การทานยารักษาภาวะมีบุตรยากตัวอื่นๆ มีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
กำลังทายยาคุมอยู่ จะมีผลต่อผลตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
มีโรคอะไรบ้าง หรือการทานยารักษาโรคอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์ได้
หากดื่มมากไปจะส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
การดื่มแอลกอฮอลล์ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
กำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก จะมีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

สามารถทำการทดสอบตั้งครรภ์ก่อนประจำเดือนมาได้หรือไม่

ชุดทดสอบการตั้งครรภ์จะตรวจหาฮอร์โมน hCG จากปัสสาวะ จึงสามารถใช้ตรวจได้ด้วยตัวเองที่บ้าน เครื่องตรวจการตั้งครรภ์จาก Clearblue สามารถบอกผลได้อย่างรวดเร็ว หากคุณมีการจดบันทึก fertility chart ด้วยการวัดอุณหภูมิร่างกาหรือใช้ชุดทดสอบหาวันตกไข่ คุณจะรู้ว่าตัวเองมีไข่ตกเมื่อไหร่และสามารถเริ่มทดสอบการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่วันก่อนถึงวันครบกำหนดประจำเดือนมา 5 วัน (ประมาณวันที่ 10 หลังไข่ตก) หากทำการตรวจในช่วงแรกๆ แล้วได้ผลลบ (not pregnant) คุณสามารถตรวจซ้ำได้ในวันรุ่งขึ้นหรือในอีกสองสามวันถัดมา โดยให้ทำการตรวจกับปัสสาวะแรกที่มีหลังตื่นนอน หากทำการทดสอบเร็วเกินไปแล้วได้ผลเป็นลบในช่วงแรกๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ตั้งครรภ์

มีสิงหนึ่งที่คุณควรระวังและให้ความใส่ใจคือ ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ราคาถูกที่บอกว่าสามารถเริ่มตรวจได้เร็วกว่า 5 วันก่อนถึงวันครบกำหนดประจำเดือนมักจะให้ผล false negative (ตรวจได้ผลว่าตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่ไม่ท้อง) สำหรับเคลียบลูแล้ว คุณภาพและความเที่ยงตรงต้องมาก่อนสิ่งอื่น ทั้ง Clearblue และ mamebaby ให้ความสำคัญต่อความรู้สึกของผู้ที่ต้องการเป็นแม่ เครื่องตรวจการตั้งครรภ์จากเคลียบลูได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันด้วยมาตรฐานการผลิตที่เป็นที่ยอมรับ มีความแม่นยำมากกว่า 99% เมื่อทดสอบวันครบกำหนดประจำเดือนมา

หากทานยาคุมอยู่ แต่สงสัยว่าจะท้อง จะเริ่มตรวจได้เมื่อไหร่

หากคุณทานยาคุม คุณอาจไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรวจวันไหนดีและอาจเกิดความสับสนได้ เพราะคุณพบว่ามีเลือดออกจึงคิดว่าเป็นประจำเดือน แต่เลือดที่เห็นเป็น ‘เลือดที่ถูกขับออกมา’ ไม่ใช้เลือดประจำเดือนแต่อย่างใด แนะนำให้ทำการตรวจการตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่ 19 วันขึ้นไปนับจากวันที่คุณมีเพศสัมพันธ์หรือวันที่ลืมทานยาคุม หากได้ผลการตรวจเป็นไม่ท้องแต่สงสัยว่าตัวเองจะท้องให้รอสองสามวันแล้วทำการตรวจอีกครั้ง

หากเพิ่งหยุดยาคุม จะสามารถเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หากคุณเพิ่งหยุดยาคุมคุณอาจพบว่าประจำเดือนมาไม่ปกติ เมื่อมีประจำเดือนไม่ปกติเลยทำให้นับวันยากและอาจทำให้คุณเริ่มทำการตรวจเร็วเกินไปได้

เพราะคุณเพิ่งเลิกยาคุมคุณจึงอาจเดาไม่ถูกว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่ แนะนำให้คุณเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้โดยรอให้ผ่านไปอย่างน้อย 19 วันหลังการมีเพศสัมพันธ์ หากได้ผลเป็น ‘ไม่ท้อง’ แล้วคุณคิดว่าตัวเองท้องให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำ

หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน จะต้องเริ่มตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่

แนะนำให้เริ่มตรวจได้ตั้งแต่วันที่ 19 หลังมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก หรือ 14 วันหลังวันตกไข่ หากไม่แน่ใจว่ามีไข่ตกเมื่อไหร่แนะนำให้เริ่มตรวจได้ตั้งแต่วันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา

ทานยากระตุ้นการตกไข่ (Clomid) จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หากคุณรับการรักษาภาวะมีบุตรยากโดยการทานยากระตุ้นการตกไข่ (Clomiphene citrate) วงจรรอบเดือนของคุณอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปทำให้คุณต้องทดสอบเร็ววันขึ้น แนะนำให้คุณรออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย (ที่ไม่ได้ป้องกัน)  หากได้ผลเป็น ‘ไม่ท้อง’ แล้วคุณคิดว่าตัวเองท้องให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพราะช่วงเวลาที่ทำการตรวจอาจเร็วเกินไป

เพิ่งคลอดบุตรและคิดว่าอาจจะท้องอีก จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หลังคลอดบุตรแล้วระดับ hCG ในร่างกายคุณจะยังสูงอยู่ ต้องรอให้ผ่านไป 3 สัปดาห์ก่อนจึงจะเข้าสู่ระดับปกติ หากคุณทำการทดสอบเร็วเกินไปคุณอาจได้ผล positive (ท้อง) ซึ่งไม่สามารถทราบได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นผลมาจาก hCG จากการตั้งครรภ์ครั้งก่อนหรือครั้งใหม่  หากรอแล้วและได้ทำการตรวจแล้วเกิดความไม่แน่ใจแนะนำให้เข้าพบแพทย์

เพิ่งคลอดบุตรและกำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก คิดว่าอาจจะท้อง จะสามารถเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หากคุณอยู่ในช่วงให้นมบุตรร่างกายคุณจะมีกลไกทำให้ไม่เกิดการตกไข่ ซึ่งส่งผลทำให้คุณไม่มีประจำเดือนมาอย่างปกติด้วย) หากคิดว่าตนเองมีโอกาสตั้งครรภ์แนะนำให้คุณรออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย (โดยไม่มีการป้องกัน)  หากได้ผลการตรวจเป็น ‘ไม่ท้อง’ แล้วคุณคิดว่าตัวเองท้องให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพราะช่วงเวลาที่ทำการตรวจอาจเร็วเกินไป

หากฉีดยาคุมหรือใช้ยาคุมแบบฝังแล้วสงสัยว่าอาจท้อง จะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หากคุมกำเนิดด้วยการฉีดหรือฝังจะพบว่าประจำเดือนหายไปหรือมีประจำเดือนขาดๆ หายๆ จึงทำให้คาดเดาได้ยากว่าควรเริ่มตรวจตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดี แนะนำให้คุณรออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย (โดยไม่มีการป้องกัน)  หากได้ผลการตรวจเป็น ‘ไม่ท้อง’ แล้วคุณคิดว่าตัวเองท้องให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพราะช่วงเวลาที่ทำการตรวจอาจเร็วเกินไป

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเพิ่งแท้งครรภ์ ตอนนี้รู้สึกว่าอาจตั้งท้องจะเริ่มตรวจตั้งครรภ์ได้เมื่อไหร่

หลังแท้งครรภ์ (ทั้งจากการแท้งโดยธรรมชาติหรือการทำแท้ง) ระดับ hCG ในร่างกายคุณจะสูงอยู่ และอาจใช้เวลานานถึง 9 สัปดาห์กว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ หากคุณทำการทดสอบตั้งครรภ์ในช่วงเวลานี้คุณอาจไม่สามารถทราบได้ว่า hCG ที่พบเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์ครั้งก่อนหรือครั้งใหม่ ในกรณีนี้แนะนำให้คุณเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจอย่างละเอียด

หากเลย 9 สัปดาห์มาแล้วการกะวันเริ่มทดสอบตั้งครรภ์ก็ไม่ง่ายอยู่ดี เพราะคุณอาจยังมีประจำเดือนไม่ปกติอยู่ทำให้ไม่สามารถเดาได้ว่าประจำเดือนจะมาเมื่อไหร่ แนะนำให้คุณรออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย (โดยไม่มีการป้องกัน)  หากได้ผลการตรวจเป็น ‘ไม่ท้อง’ แล้วคุณคิดว่าตัวเองท้องให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง เพราะช่วงเวลาที่ทำการตรวจอาจเร็วเกินไป[span_30]

การทานยากระตุ้นการตกไข่ (Clomid) มีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

ไม่มีผล การทานยารักษาภาวะผู้มีบุตรยากเช่นยา clomiphene citrate (ชื่อสามัญ clomid) ไม่ส่งผลใดๆ ต่อการทดสอบตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม clomid จะทำให้วงจรรอบเดือนของคุณเปลี่ยนไปและอาจทำให้คุณเริ่มตรวจเร็วเกินไปได้ แนะนำให้รออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่คุณมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันแล้วค่อยตรวจตั้งครรภ์

หากได้ผลการตรวจเป็น ‘ไม่ท้อง’ แต่ประจำเดือนยังไม่มา ให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง

การทานยารักษาภาวะมีบุตรยากตัวอื่นๆ มีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

จะมีเพียงยาที่มีส่วนประกอบจาก hCG เท่านั้นที่ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์ ยาเหล่านี้มักจะให้โดยการฉีด หากทำการตรวจตั้งครรภ์เร็วเกินไป (ตรวจตั้งครรภ์หลังฉีดยาได้ไม่นาน) อาจได้ผลเป็น ‘Pregnant’ ทั้งๆ ที่ไม่ตั้งครรภ์ (false positive) แนะนำให้รอจนเลย 14 วันหลังฉีดยาก่อนแล้วค่อยตรวจตั้งครรภ์ นอกเสียจากแพทย์จะแนะนำว่าสามารถเริ่มตรวจได้

กำลังทายยาคุมอยู่ จะมีผลต่อผลตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

ไม่มีผล การรับประทานยาคุมจะไม่ส่งผลใดๆ แต่ถ้าคุณทานยาคุมคุณอาจกะวันเริ่มทำการตรวจตั้งครรภ์ได้ยากขึ้น เพราะยาคุมอาจส่งผลทำให้คุณมีเลือดออก ซึ่งเป็นเลือดที่ ‘ถูกขับออกมา’ และอาจทำให้เข้าใจผิดได้ว่าเป็นเลือดประจำเดือน

แนะนำให้รออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่คุณมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน หรือนับจากวันที่ลืมทานยา หากได้ผลการตรวจเป็น ‘ไม่ท้อง’ แต่คุณคิดว่าตนเองตั้งครรภ์ให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง

การทานยาปฏิชีวนะส่งผลต่อผลตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

ยังไม่มีรายงานถึงผลของการทานยาปฏิชีวนะต่อการตรวจตั้งครรภ์ อย่างไรก็ดี หากคุณทานยาตัวอื่นๆ ร่วมด้วยคุณควรอ่านเอกสารกำกับยาให้เรียบร้อยก่อนเริ่มทำการทดสอบตั้งครรภ์ หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทญ์

มีโรคอะไรบ้าง หรือการทานยารักษาโรคอะไรบ้างที่ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์ได้

คุณควรรู้และจำได้อย่างชัดเจนว่าตนเองทานยาอะไรบ้าง หากแพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้แต่ไม่มีชื่อยากำกับคุณควรโทรสอบถามข้อมูลกับแพทย์ให้ชัดเจน
ก่อนทำการทดสอบตั้งครรภ์ควรอ่านข้อมูลของยาที่รับประทานให้แน่ชัดว่ามีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่
ากรักษาภาวะผู้มีบุตรยากที่มีส่วนประกอบจาก hCG อาจทำให้ผลการตรวจเป็น false positive คือ ได้ผลว่าตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่ไม่ท้อง ยาประเภทนี้มักให้โดยการฉีด หากทำการทดสอบตั้งครรภ์ใกล้กับช่วงเวลาที่ฉ๊ดยาอาจได้ผลลวงดังที่กล่าวมาแล้ว
ยารักษาภาวะผู้มีบุตรยากชนิดอื่นๆ (เช่น clomiphene citrate) ยาแก้ปวด และยาคุมกำเนิด ไม่ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์
หากคุณเพิ่งเลิกยาคุมได้ไม่นานคุณอาจพบว่ามีประจำเดือนมาไม่ปกติ อาจทำให้คุณต้องเริ่มทดสอบเร็วกว่าปกติ
หากคุณเพิ่งผ่านการตั้งครรภ์มา (ครบหรือไม่ครบกำหนดคลอดก็ตาม) คุณอาจตรวจแล้วได้ผลเป็นตั้งครรภ์ทั้งๆ ที่ไม่ตั้งครรภ์ (false ‘Pregnant’) เพราะร่างกายยังมี hCG หลงเหลืออยู่จากการตั้งครรภ์ครั้งก่อน
อาการบางอย่างเช่น การท้องนอกมดลูก (extopic pregnancy) การมีซีสต์ในรังไข่ และภาวะหมดประจำเดือนและอาการของโรคบางอย่างอาจทำให้ได้ผลการตรวจผิดพลาดได้
หากคุณตรวจแล้วได้ผลเป็น ‘Pregnant’ แต่ต่อมากลับพบว่าไม่เกิดการตั้งครรภ์ อาจเป็นผลจากการแท้งครรภ์ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ (รู้จักกันในนามของ ‘chemical pregnancy’)

หากตรวจแล้วได้ผลไม่เหมือนกับที่คาดไว้แล้วเกิดความสงสัยควรปรึกษาแพทย์

หากดื่มก่อนตรวจ จะส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ก่อนทำการทดสอบสามารถส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์ได้ ห้ามดื่มมากเกินไปก่อนทำการทดสอบ คุณควรทำการทดสอบโดยใช้ปัสสาวะที่มีเมื่อเกิดการปวดตามธรรมชาติ การดื่มน้ำมากไป การดื่มกาแฟและแอลกอฮอลล์จะทำให้ปัสสาวะบ่อยทำให้ความเข้มข้นของ hCG ลดน้อยลง อาจทำให้ตรวจแล้วได้ผล ‘Not Pregnant’ ได้

การดื่มแอลกอฮอลล์ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

ไม่ แต่การดื่มน้ำมากไปและการปัสสาวะบ่อย (เป็นผลจากการดื่มแอลกออลล์) จะส่งผลทำให้ความเข้มข้นของ hCG ลดน้อยลง ฉะนั้น พยายามอย่าดื่มน้ำมากไปก่อนตรวจ หากไม่ได้ตรวจตอนเช้าหลังตื่นนอนก็ให้รอจนรู้สึกปวดปัสสาวะเสียก่อนแล้วค่อยตรวจ

กำลังอยู่ในช่วงให้นมลูก จะมีผลต่อการตรวจตั้งครรภ์หรือไม่

การให้นมลูกไม่ส่งผลต่อการตรวจตั้งครรภ์ แต่ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงให้นมลูกคุณอาจไม่มีไข่ตกและประจำเดือนจะยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ฉะนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้เริ่มทำการตรวจทดสอบในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมแนะนำให้คุณรออย่างน้อย 19 วันนับจากวันที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันแล้วค่อยตรวจ หากได้ผลเป็น ‘Not Prgenant’ (ไม่ท้อง) แต่คุณคิดว่าตนเองตั้งครรภ์ให้รอสองวันแล้วทำการตรวจซ้ำอีกครั้ง

By Dr. Nood Mamebaby.com

 
Search for: