Share on FacebookShare on LinkedInPin on PinterestEmail this to someonePrint this page

ทำความรู้จักกับร่างกายของคุณเอง

ทำความรู้จักร่างกายของตัวเอง
สัญญาณของการตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์มีอาการเริ่มแรกอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองในขณะตั้งครรภ์
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์
รับมือกับ PMS
ประจำเดือน
Ovulation การตกไข่

Search for:

อาการเริ่มแรกของการตั้งครรภ์

ถ้าคุณได้พยายามมีลูกมาพักใหญ่ๆ และเพิ่งจะได้ทราบข่าวดีว่าตนเองตั้งครรภ์แล้ว.. มามีเบบี้ขอแสดงความยินดีกับคุณด้วยค่ะ !!

ทันทีที่ทราบผลการตั้งครรภ์คุณสามารถเข้าพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลครรภ์ได้เลย คุณหมอจะจัดการนัดตารางเวลาเพื่อเช็คสุขภาพของคุณและเช็คครรภ์เป็นระยะๆ ในระหว่างนี้ อาจมีการตรวจเลือดและเช็คอัลตราซาวน์เป็นช่วงๆ ด้วย ซึ่งช่วงระยะเวลาที่คุณหมอนัดอาจมีความแตกต่างกันไปขึ้นกับสุขภาพร่างกายของแต่ละคน และขึ้นกับว่านี่คือการตั้งครรภ์ครั้งแรกของคุณหรือไม่ รวมถึงประวัติการเป็นโรคของสมาขิกในครอบครัวคุณด้วย

ในระหว่างนี้มีหลายๆ อย่างที่คุณสามารถทำได้ เพื่อเป็นการเตรียมตัวให้การตั้งครรภ์ดำเนินไปด้วยดี เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณเองตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงช่วงหลังคลอด และการเตรียมตัวที่ดีจะส่งผลให้ลูกน้อยลืมตาขึ้นมาดูโลกด้วยสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและตัวคุณไม่โทรมจนเกินไป

เพื่อเป็นการเตรียมการให้พร้อม คุณอาจอยากทราบว่าจะครบกำหนดคลอดเมื่อไหร่ ถ้าอยากก่อนรู้ล่วงหน้าคลิ๊กเพื่อคำนวณวันคลอด

เมื่อผู้หญิงเริ่มตั้งครรภ์ร่างกายจะแสดงอาการต่างๆ ให้สามารถสังเกตุเห็นได้ว่าคุณอาจเริ่มตั้งครรภ์แล้ว อาการเหล่านี้อาจพบได้แตกต่างกันในผู้หญิงแต่ละคน และการตั้งครรภ์แต่ละครั้งก็อาจมีการแสดงออกไม่เหมือนกันด้วย

หากคุณตั้งครรภ์แล้วพบว่าตนเองมีแค่เพียงอาการบางอย่างที่แสดงไว้ด้านล่างนี้เท่านั้น คุณไม่ต้องกังวลไป เพราะอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ทยอยแสดงออกมาให้เห็น โดยมักจะไม่เกิดขึ้นพร้อมกันในทีเดียว และเช่นกัน หากคุณพบว่าตัวเองไม่มีอาการอย่างที่แสดงไว้ด้านล่างนี้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีอาการแพ้ท้องเลยก็ยังถือเป็นเรื่องปกติอยู่ดีและถืออาจมีหลายๆ คนอิจฉาในความโชคดีของคุณด้วย

วิธีที่จะทำให้ทราบว่าคุณตั้งท้องแล้วแน่ๆ คือ การตรวจทดสอบการตั้งครรภ์ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้ทำการทดสอบให้แน่ชัด ร่างกายของคุณก็จะแสดงสัญญาณอาการบางอย่างซึ่งเป็นสัญญาณตามธรรมชาติที่เป็นการบ่งบอกว่าคุณกำลังจะได้รับข่าวดีและอาจตั้งครรภ์แล้ว การมีความเข้าใจในสัญญาณต่างๆ ที่ร่างกายส่งออกมาในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาการแต่ละอย่างอาจเป็นผลมาพวงจากสาเหตุอื่นๆ ได้เช่นกัน คุณอาจพบอาการต่างๆ เหล่านี้ภายในสัปดาห์แรกหลังการปฏิสนธิ แต่สำหรับผู้หญิงบางคน อาการต่างๆ เหล่านี้อาจจะปรากฏให้เห็นเมื่อเวลาผ่านไปสองถึงสามสัปดาห์

 

ผู้หญิงทุกคนจะแสดงอาการการตั้งครรภ์เหมือนกันหรือไม่?

เริ่มตั้งครรภ์_mamebaby

 ผู้หญิงทุกคนมีความแตกต่างกัน และอาการของการตั้งครรภ์ในระยะแรกๆ ก็อาจมีความแตกต่างกันไปด้วย แม้แต่ในคนๆ เดียวกันอาการต่างๆ เหล่านี้ก็อาจแสดงออกมาไม่เหมือนกันในการตั้งครรภ์แต่ละครั้ง

สัญญาณของร่างกายในช่วงแรกๆ ของการตั้งครรภ์มีลักษณะคล้ายอาการที่เกิดขึ้นในช่วงใกล้ประจำเดือนมา และอาการเหล่านั้นก็มักจะสังเกตุเห็นได้ยากถ้าคุณไม่ได้จับความรู้สึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายอย่างจริงๆ จังๆ ด้านล่างนี้คือเป็นอาการของการตั้งครรภ์ที่พบได้กับผู้หญิงส่วนใหญ่ และเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด สิ่งที่คุณควรจะทราบคือ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ นอกเหนือจากการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณสังเกตุเห็นอาการเหล่านี้อย่าเพิ่งปักใจ 100% ว่าคุณตั้งครรภ์ วิธีเดียวที่สามารถยืนยันได้ว่าคุณตั้งครรภ์จริงๆ คือการทดสอบการตั้งครรภ์

 

มีเลือดออกเล็กน้อยจากช่องคลอดร่วมกับอาการปวดท้องน้อยหน่อยๆ

สองสามวันหลังปฏิสนธิแล้วไข่จะเดินทางไปที่โพรงมดลูกและจะทำการฝังตัวเข้ากับผนังโพรงมดลูก การฝังตัวของตัวอ่อนระยะเริ่มแรก (ตัวอ่อนอยู่ในระยะที่เรียกว่า blastocyst) นี่เองที่ทำให้มีเลือดไหลออกมาเล็กน้อยและสามารถเห็นได้เป็นรอยเปื้อนที่กางเกงใน (ซึ่งรู้จักกันในนามของ implantation bleeding)  การฝังตัวนี้จะเกิดขึ้นประมาณวันที่ 5-6 หลังจากการปฏิสนธิ ซึ่งอาจทำให้มีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย อาการเหล่านี้คือสัญญาณแรกๆ ของการตั้งครรภ์ ซึ่งอาจพบได้ในวันที่ 6-12 หลังไข่ได้รับการผสมแล้ว อาการปวดท้องน้อยที่เกิดขึ้นนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ กับอาการปวดประจำเดือน ผู้หญิงบางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเลือดที่ออกมานั้นคือประจำเดือน แต่เลือดที่ออกมานั้นคือเลือดจากการฝังตัวของตัวอ่อน (เลือดล้างหน้าเด็ก) ซึ่งมีปริมาณน้อยมาก และอาการปวดท้องที่เกิดขึ้นก็จะเป็นอาการปวดที่เบาบางไม่เหมือนกับปวดท้องประจำเดือน

นอกจากจะมีเลือดออกมาเล็กน้อยแล้วผู้หญิงบางคนอาจจะสังเกตุเห็นคราบสีขาวขุ่นบนกางเกงในด้วย คราบนี้มีสาเหตุเกิดจากการที่ผนังช่องคลอดมีการสร้างตัวให้หนาขึ้น หลังเกิดการปฏิสนธิเซลล์ที่อยู่ด้านในของผนังช่องคลอดจะขยายขนาดขึ้นทำให้มีเซลล์บางส่วนหลุดลอกออกมา เซลล์ที่หลุดลอกออกมานี้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใดและเยื่อขาวๆ นี้ก็อาจจะพบได้ตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ อาการนี้ไม่มีความจำเป็นต้องทำการรักษาใดๆ เพราะมันเป็นสิ่งธรรมชาติที่เกิดขึ้นนอกเสียจากคุณจะพบว่ามีกลิ่นเหม็นแปลกๆ  มีผื่นไหม้ หรือมีอาการคันเกิดขึ้น หากพบอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพราะอาจจะมีการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียที่ช่องคลอดได้

หน้าอกเปลี่ยนไป

การเปลี่ยนแปลงของหน้าอกคือสัญญาณระยะแรกๆ อย่างหนึ่งของการตั้งครรภ์ เมื่อเกิดการปฏิสนธิระดับฮอร์โมนของผู้หญิงจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก และด้วยระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปนี่เองที่ทำให้หน้าอกขยายขนาดใหญ่ขึ้น มีอาการเจ็บหน้าอกและอาจจะรู้สึกเสียวๆ ในหนึ่งหรือสองอาทิตย์ตามมา อาการอย่างอื่นที่อาจจะพบร่วมด้วยคือ อาการหน้าอกคัด รู้สึกหน้าอกหนักขึ้นและฐานหัวนมอาจมีสีคล้ำขึ้น อาการเจ็บหน้าอกที่เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงไปจากการตั้งครรภ์นั้นจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานหลายสัปดาห์ ซึ่งร่างกายจะค่อยๆ มีการปรับตัวเองให้ชินกับระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป หลังจากนั้น อาการเจ็บหน้าอกก็จะค่อยๆ บรรเทาลง

มีอาการเหนื่อยล้า

ความรู้สึกเมื่อยล้าและเหนื่อย เป็นอาการอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเริ่มตั้งครรภ์ได้ไม่นาน อาการเมื่อยล้าจะเกิดขึ้นได้เร็วมาก เริ่มรู้สึกได้ตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์หลังการปฏิสนธิ ที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนโปรเจสเทอโรนเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาการเหนื่อยล้าสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ความดันโลหิตต่ำลง และเกิดจากการที่ร่างกายมีการผลิตเลือดมากขึ้น  หากทราบว่าอาการเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์สิ่งสำคัญที่คุณควรจะทำก็คือการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนมากๆ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าให้ดีขึ้นได้

อาการคลื่นไส้แพ้ท้อง

สัญญาณการตั้งครรภ์ที่พบได้บ่อยที่สุดคืออาการแพ้ท้องคลื่นไส้ แต่ผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการแพ้ท้องเลยตลอดช่วงระยะที่อุ้มครรภ์ สิ่งที่ทำให้หญิงตั้งครรภ์เกิดอาการคลื่อนใส้เป็นผลมาจากระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะไปทำให้อาหารในกระเพราะเคลื่อนที่ไปยังลำใส้ได้ช้าลง จึงทำให้เกิดอาการพะอืดพะอม อาการอีกอย่างหนึ่งที่พบได้บ่อยๆ คือ อาการการอยากกินอาหารบางชนิดอย่างมาก หรือ การที่ไม่สามารถหยุดกินอาหารบางได้เลย สิ่งนี้ก็เป็นผลพวงมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนด้วยเช่นกัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงระดับของฮอร์โมนนี้อาจส่งผลค่อนข้างมาก จนในบางครั้งของโปรดที่เคยชอบมากกลับกลายเป็นของที่ทำให้ไม่ชอบไปเลยก็ได้ ในระหว่างที่มีอาการแพ้ท้องนี้ คุณควรดูแลสุขภาพให้ดี ควรเลือกรับประทานอาการที่มีโภชนาการสูงเพื่อให้ทารกที่กำลังมีการพัฒนาเติบโตได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ คุณอาจทานวิตามินรวมสำหรับคุณแม่ท้องที่มีสารสกัดจากขิงช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้

ประจำเดือนขาด

สัญญาณที่เด่นชัดที่สุดของการตั้งครรภ์คือการขาดหายไปของประจำเดือน ซึ่งมักจะเป็นจุดที่ทำให้คุณเริ่มเอะใจและทำการทดสอบว่าคุณท้องรึเปล่า แต่การที่ประจำเดือนขาดหายไปหรือประจำเดือนมาช้าไปก็ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้ว ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์อาจจะพบว่ามีเลือดออกบ้างกะปริดกระปรอย ถ้าคุณรู้ตัวว่าได้ตั้งครรภ์แน่นอนแล้วและพบว่ามีเลือดออก คุณควรจะทำการพบแพทย์เพื่อที่จะได้หาสาเหตุที่แน่ชัด เพราะถึงแม้ว่าการมีเลือดออกจากช่องคลอดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีอะไรผิดปกติแต่คุณก็ควรได้ทราบข้อมูลเอาไว้บ้าง ว่ามีอาการเลือดออกแบบไหนบ้างที่อาจมีสาเหตุมาจากสิ่งอื่น ซึ่งอาจเป็นความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายมีสาเหตุอื่นๆ อีกหลายๆ อย่างนอกจากการตั้งครรภ์ที่ทำให้ประจำเดือนขาดหายไป เช่น เมื่อคุณมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นหรือมีน้ำหนักตัวลดลงมากเกินไป คุณมีปัญหาในการผลิตฮอร์โมนบางชนิด การที่ร่างกายได้รับความเหนื่อยล้าเป็นระยะเวลานานๆ ติดต่อกัน หรือการได้รับความเครียดมากๆ เป็นต้น ผู้หญิงบางคนอาจมีประจำเดือนขาดหายไปหลังจากที่หยุดกินยาคุมกำเนิดใหม่ๆ แต่ถ้าประจำเดือนไม่มาและคุณคิดว่าเราท้องการทดสอบการตั้งครรภ์ก็น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ 

เข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น

เมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 6-8 สัปดาห์คุณอาจสังเกตุได้อย่างชัดเจนว่าคุณต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืน ผู้หญิงบางคนอาจรู้สึกได้ว่าตนเองมีอาการ ‘ปัสสาวะเล็ด’ เล็กน้อยในขณะที่จามหรือหัวเราะมากๆ

อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เครียดง่าย

ถ้าสังเกตุตัวเองดีๆ จะพบว่า คุณมีอารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย อารมณ์เปลี่ยนง่ายและคุณรู้สีกว่าตัวเองมีอารมณ์อ่อนไหว รู้สึกอยากจะร้องไห้ทั้งๆ ที่ไม่มีสาเหตุ อาการเหล่านี้เป็นผลมาจากการมีระดับฮอร์โมนเปลี่ยนอย่างมากมายในร่างกายของคุณนั่นเอง

รสชาติอาหารเปลี่ยนไป

คุณอาจรู้สึกผะอืดผะอมเมื่อได้กลิ่นชากาแฟ หรือแม้แต่แค่มองก็คลื่นไส้แล้ว อาหารที่ดูมันๆ ก็ทำให้รู้สึกคลื่อนไส้อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นกัน ในขณะเดียวกันก็อาจรู้สึกอยากทานสิ่งแปลกๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อน หรือรู้สึกว่าของที่ไม่เคยชอบกลับเป็นของโปรดขึ้นมาในทันที 

หากสงสัยว่าคุณกำลังตั้งครรภ์และอยากทราบผลที่ชัดเจนถูกต้องไวๆ คุณอาจเริ่มมีอาการเหล่านี้ในช่วงยังไม่ถึงวันครบกำหนดประจำเดือนมา คุณอาจต้องการตรวจตั้งครรภ์ให้แน่ใจ คลิ๊กเพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์ด้วยเครื่องดิจิตอลจาก Clearblue รุ่นประมาณอายุครรภ์ได้

ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ด้านอื่นที่คุณอาจอยากทราบ ลองดูข้อมูลต่างๆ ด้านล่างนี้

ตรวจตั้งครรภ์ได้ตั้งแต่กี่วัน
เป็นไปได้ไหมที่จะตั้งท้องเลยหลังจากมีอะไรกันครั้งแรก และคำถามอื่นๆ ที่น่าสนใจ คลิ๊กอ่านต่อได้ที่นี่

 

โดย Dr. Nood – Mamebaby

Share on FacebookShare on LinkedInPin on PinterestEmail this to someonePrint this page