interior-page-header_clear

ทำความรู้จักกับร่างกายของคุณเอง

ทำความรู้จักร่างกายของตัวเอง
สัญญาณตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์มีอาการเริ่มแรกอะไรบ้าง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
การดูแลตัวเองในขณะตั้งครรภ์
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการทดสอบตั้งครรภ์
รับมือกับ PMS
Ovulation การตกไข่

Clearblue help you

รายการสินค้า

Clearblue ตรวจการตั้งครรภ์แบบดิจิตอล
Clearblue เครื่องตรวจหาวันไข่ตกแบบดิจิตอล
วิตามินเตรียมตั้งครรภ์
วิตามินเพิ่มสมรรถภาพ
เจลหล่อลื่นเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
Share on FacebookShare on LinkedInPin on PinterestEmail this to someone

รับมือกับ PMS

PMS คืออะไร 

Pre-menstrual syndrome (PMS) มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Pre-menstrual tension (PMT) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกรวมอาการต่างๆ ที่ผู้หญิงมักจะพบในช่วงครึ่งหลังของรอบเดือน  PMS เป็นกลุ่มของอาการต่างๆ ที่คาดกันว่าประมาณ 75% ของผู้หญิงทั้งโลกต้องพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้หรือมากกว่าเป็นประจำทุกเดือน อาการเหล่านี้ได้แก่

หน้าอกขยายใหญ่
รู้สึกว้าเหว่หดหู่
กระวนกระวายความคิดไม่อยู่กับร่องกับรอย
ปวดหัว
เหนื่อยล้า อยากนอนตลอดเวลา
หงุดหงิดขึ้โมโหง่าย หลุดบ่อย
ท้องอืด ตัวบวม
อยากกินมากกว่าปกติ

ผู้หญิงทุกวัยที่มีประจำเดือนสามารถมีอาการ PMS ได้ แต่จะพบมากที่สุดในผู้หญิงวัย 20-30 ปี ผู้หญิงส่วนมากจะมีอาการ PMS ไม่รุนแรง แค่เพียงทำให้รู้สึกไม่สบายเนื้อตัวอารมณ์ไม่ดี แต่บางคนมีอาการ PMS อย่างหนักขั้นรุนแรง การมีอาการ PMS ขั้นรุนแรงจะเรียกว่า Premenstrual Dusphoric disorder (PMDD)

 

 

PMS กินเยอะPMS มีสาเหตุมาจากอะไร 

PMS อาจเป็นอาการการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนซึ่งเกิดขึ้นในแต่ละรอบเดือน สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบอย่างแน่ชัด และยังคาดกันว่าการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองส่งผลให้มีอาการ PMS เช่นกัน และอาหารที่รับประทานก็สามารถทำให้อาการ PMS เด่นชัดขึ้นด้วย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารเค็มๆ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน)

 

จะทราบได้อย่างไรว่ากำลังมีอาการ PMS

มีหลายวิธีที่จะสามารถบอกได้ว่าสิ่งอาการที่พบมาจาก​ PMS หรือไม่ แต่ไม่มีวิธีสำหรับการทดสอบ PMS อย่างเฉพาะเจาะจง การทานยาบางชนิดอาจส่งผลให้มีอาการคล้าย PMS ได้ ฉะนั้น หากคุณมีอาการบางอย่างแล้วไม่แน่ใจว่าเป็น PMS หรือผลข้างเคียงจากการทานยาควรปรึกษาแพทย์

ในการที่จะวินิจฉัยว่าเป็นอาการของ PMS หรือไม่การจดบันทึกอาการและความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น ควบคู่กับวันที่มีประจำเดือนมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 เดือนจะช่วยหาคำตอบนี้ได้ ยิ่งคุณเขียนบันทึกลงไปด้วยว่าแต่ละวันรู้สึกอย่างไรบ้างยิ่งเป็นการดี เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 เดือนคุณอาจเห็นรูปแบบการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวคุณได้อย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าอาการที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนจะไม่เหมือนกัน 100% แต่คุณจะสามารถสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอาการเหล่านั้นจะหายไปทันทีที่ประจำเดือนมา และในสัปดาห์ที่มีประจำเดือนคุณจะไม่พบอาการวุ่นวายเหล่านั้นอีกเลย

วิธีช่วยบรรเทาอาการ PMS

มีอยู่หลายวิธีที่จะสามารถช่วยบรรเทา PMS ได้ คุณสามารถลองใช้วิธีต่างๆ เหล่านี้แล้วสังเกตุดูว่าแบบไหนใช้ได้ผลดีกับคุณมากที่สุด

วิธีแรกที่ง่ายที่สุดและใช้ได้ผลดีกันจริงๆ คือการดื่มน้ำมากๆ และทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ในแต่ละวันให้วางแผนไว้เลยว่าจะต้องทานผักผลไม้ให้มาก ทานอาการเค็มหวานและ processed food ให้น้อยลง ผู้หญิงหลายคนพบว่าการงดชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์สามารถช่วยลดอาการ PMS ได้ และพบว่าการทานวิตามิน B6 และ evening primrose oil สามารถช่วยบรรเทา PMS ได้เช่นกัน

การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอก็เช่นกัน เพราะการออกกำลังช่วยลดความเครียดและทำให้อารมณดี ถ้ารู้ตัวว่ากำลังมี PMS ให้ออกไปเดินเล่น ว่ายน้ำ หรือวิ่งเหยาะๆ ดู ลองทำครั้งละประมาณ 30 นาทีวันเว้นวัน ลองสังเกตุดูด้วยตัวเองว่าการออกกำลังสามารถช่วยลด PMS ได้จริงๆ

หากพบว่าวิธีง่ายๆ เหล่านี้ไม่สามารถขจัด PMS ได้คุณอาจหาความช่วยเหลือจากแพทย์ ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ทานยาคุมกำเนิดซึ่งสามารถช่วบบรรเทา PMS ได้ แพทย์อาจแนะนำการทานฮอร์โมนตัวอื่นเสริมเพิ่มเติม หากพบว่ามีอาการ PMS ขั้นรุนแรงแพทย์อาจสั่งยาคลายเครียดให้

ไม่ว่าคุณจะมีอาการ PMS มากน้อยอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือการที่คุณเข้าใจว่าอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นช่วงไหนของรอบเดือน และอาการที่คุณเป็นมีอะไรบ้าง เมื่อรู้ตัวก็พยายามอย่าให้ PMS เป็นตัวบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของคุณกับคนข้างๆ

 

โดย Dr. Nood – Mamebaby

Search for:

Advanced related item