Clearblue แบรนด์อันดับหนึ่ง

อยากมีลูก

การเตรียมร่างกายก่อนตั้งครรภ์
Tips สำหรับการเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์และการดูแลตัวเองระหว่างตั้งครรภ์
วิธีเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
สาเหตุที่ทำให้มีลูกยาก

ทำความเข้าใจวงจรการตกไข่

ทำความเข้าใจภาวะเจริญพันธุ์ของผู้หญิง
อาการที่สังเกตุได้เมื่อมีไข่ตก
Ovulation การตกไข่

อยากท้องเคลียบลูช่วยได้

หาวัน fertile 4 ขั้นตอน

รายการสินค้า

Clearblue ตรวจการตั้งครรภ์แบบดิจิตอล
Clearblue เครื่องตรวจหาวันไข่ตกแบบดิจิตอล
วิตามินเตรียมตั้งครรภ์
วิตามินเพิ่มสมรรถภาพ
เจลหล่อลื่นเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
Share on FacebookShare on LinkedInPin on PinterestEmail this to someonePrint this page

ความสำคัญของการทานวิตามินเพื่อเตรียมตั้งครรภ์ และหลักการในการเลือกซื้อ

เคยสงสัยกันบ้างไหมคะ ว่าก่อนตั้งครรภ์เรามีความจำเป็นต้องทานวิตามินหรือไม่? แล้ววิตามินยี่ห้อไหนเป็นยี่ห้อที่ดีที่สุด? หรืออาจจะเคยสงสัยกันบ้างว่าหลังจากที่ทานวิตามินไปแล้วหากเกิดรู้สึกมีอาการคลื่นใส้เราควรจะทำยังไงดี? เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

 

การรับประทานอาหารที่มีโภชนาการครบครันนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการที่จะทำให้ร่างกายเราได้รับสารอาหารวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ  แต่…ถึงแม้ว่าเราจะได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้วก็ตามร่างกายเราก็อาจจะยังได้รับสารอาหารสำคัญบางชนิดไม่เพียงพอ และยิ่งถ้าเรากำลังตั้งครรภ์อยู่หรือกำลังอยู่ในช่วงวางแผนจะตั้งครรภ์แล้วหละก็ การทานวิตามินตั้งครรภ์เสียแต่เนิ่นๆจะเป็นการเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหายไปจากการรับประทานอาหารประจำวันที่มีสารอาหารไม่เพียงพอได้

วิตามินตั้งครรภ์ต่างจากวิตามินชนิดอื่นอย่างไร?

วิตามินตั้งครรภ์จะมีปริมาณกรดโฟลิคและธาตุเหล็กมากกว่าวิตามินรวมสำหรับผู้ใหญ่ที่รับประทานกันทั่วๆไป ด้วยเหตุผลดังนี่ค่ะ:กรดโฟลิคเป็นสารสำคัญที่สามารถป้องกันการเกิดภาวะเส้นประสาทพิการในทารกได้ ซึ่งความพิการนี้เป็นความผิดปรกติอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นที่สมองและไขกระดูกสันหลัง ส่วนธาตุเหล็กนั้นก็จะเป็นตัวช่วยในเรื่องพัฒนาการและการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การรับประทานธาตุเหล็กเสริมจะสามารถป้องกันการเป็นโรคโลหิตจาง ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงที่มีความเข็งแรงเข้าสู่กระแสเลือดได้เพียงพอ

นอกจากนี้แล้วยังมีงานวิจัยหลายชิ้นรายงานว่าการทานวิตามินตั้งครรภ์จะสามารถลดความเสี่ยงของการที่ทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดต่ำได้

Prenatal vitamins วิตามินตั้งครรภ์_mamebaby

นอกจากกรดโฟลิกกับธาตุเหล็กแล้วยังมีสารอาหารตัวไหนอีกบ้างที่คุณควรให้ความใส่ใจ? 

วิตามินตั้งครรภ์ทั่วๆไปจะมีกรดไขมันโอเมก้า-3เป็นส่วนประกอบรวมอยู่ด้วย โอเมก้า-3นี้เป็นตัวที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาสมองของทารก ถ้าเราเป็นคนที่ไม่ชอบทานปลาหรือไม่สามารถหาอาหารที่มีโอเมก้า-3มารับประทานได้คุณหมอที่ปรึกษาการตั้งครรภ์หรือคุณหมอที่เราไปปรึกษาก่อนที่จะเริ่มตั้งครรภ์ก็จะแนะนำให้รับประทานโอเมก้า-3เสริม เพิ่มเติมเข้าไปอีกนอกเหนือจากการทานวิตามินตั้งครรภ์อยู่แล้ว

สารอาหารที่มีความสำคัญอีกสองตัวก็คือแคลเซียมและวิตามินD -โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาศสุดท้ายของการตั้งครรภ์ เพราะทารกจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและกระดูก ของทารกก็มีการขยายยืดยาวออกอย่างมากด้วย นอกจากการทานวิตามินตั้งครรภ์สิ่งที่ควรจะทานเป็นประจำก็คือนมพร่องไขมันเสริมวิตามิน Dหรือการทานอาหารแคลเซียมสูงต่างๆที่มีวิตามิน Dอยู่

ถ้าเราเป็นคนไม่ดื่มนมหรือไม่ชอบทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง (อย่างเช่นชีส งา ถัวอัลมอนด์ เนื้อปลา) เราก็ควรจะปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรับประทานแคลเซียมและวิตามิน D เสริมเพิ่มเติม

 

วิตามินตั้งครรภ์แบรนด์ไหนดีที่สุด

วิตามินตั้งครรภ์นั้นสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป เราอาจจะเป็นผู้เลือกซื้อเองหรือทางแพทย์อาจจะเป็นผู้แนะนำวิตามินให้เราก็ได้

โดยทั่วไปแล้วเราควรจะเลือกซื้อวิตามินตั้งครรภ์มี่มีส่วนประกอบของสารอาหารต่างๆเหล่านี้:

กรดโฟลิค (Folic acid) – 400 ถึง 800 ไมโครกรัมแคลเซียม (Calcium) – 250 มิลลิกรัมธาตุเหล็ก (iron) – 30 มิลลิกรัมวิตามิน C – 50 มิลลิกรัมธาตุสังกะสี (Zinc) – 15 มิลลิกรัมทองแดง (Copper) – 2 มิลลิกรัมวิตามิน B-6 – 2 มิลลิกรัมวิตามิน D – 400 iu

และให้พึงระลึกไว้เสมอว่าวิตามินตั้งครรภ์นั้นเป็นส่วนเสริมเพิ่มขึ้นมาจากการรับประทานอาหารที่มีโภชนาการที่ดี วิตามินตั้งครรภ์ไม่สามารถใช้เป็นสิ่งที่จะมาทดแทนการรับประทานอาหารได้ วิตามินตั้งครรภ์บางชนิดอาจจะไม่มีสารอาหารต่างๆครบ 100%ตามความต้องการของร่างกาย นอกจากนั้นแล้วแพทย์อาจจะแนะนำให้เราได้รับสารอาหารบางตัวในปริมาณที่มากขึ้นด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับช่วงต่างๆหรือสถาณการณ์ต่างๆยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าเราเคยมีประวัติให้กำเนิดทารกที่มีอาการท่อประสาทอักเสบมาก่อนแพทย์อาจจะแนะนำให้เราได้รับกรดโฟลิคเสริมในปริมาณที่มากขึ้น เช่น แพทย์อาจจะแนะนำให้รับประทานกรดโฟลิก 4 มิลลิกรัม (4000 ไมโครกรัม) ในช่วงก่อนตั้งครรภ์จนถึงคลอดสำหรับการตั้งครรภ์ครั้งต่อไป

เราควรจะเริ่มทานวิตามินตั้งครรภ์ตอนไหน?

ถ้าจะให้ดีที่สุดเราควรเริ่มทานวิตามินเสียแต่เนิ่นๆก่อนที่จะเริ่มตั้งครรภ์ เพราะเมื่อมีการปฏิสนธิเกิดขึ้นแล้วท่อประสาทสมองของตัวอ่อนซึ่งต่อมาจะพัฒนามาเป็นสมองและไขสันหลังของทารกจะมีการพัฒนาอย่างมากในช่วงเดือนแรก ซี่งบางทีแล้วเราอาจจะยังไม่ทราบด้วยว่าเราได้ตั้งครรภ์แล้ว

วิตามินที่ซื้อมาเม็ดใหญ่กลืนยาก ทำไงดี?

ถ้าเรามีปัญหาในการกลืนวิตามินตั้งครรภ์ที่วางขายทั่วไปก็ให้เราเลือกซื้อชนิดที่เคี้ยวได้ หรืออาจจะลองถามแพทย์ดูก็ได้ว่ามีชนิดไหนให้เราเลือกซื้อได้บ้าง

เราควรจะทานวิตามินตั้งครรภ์เป็นระยะเวลานานเท่าไหร่?ทางที่ดีที่สุดก็คือการรับประทานวิตามินตั้งครรภ์ตลอดไปจนคลอด แพทย์บางท่านอาจจะแนะนำให้รับประทานวิตามินตั้งครรภ์ต่อไปหลังคลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่เราให้นมลูกด้วยตัวเอง

การทานวิตามินตั้งครรภ์มีผลข้างเคียงหรือไม่ ?

ผู้หญิงบางคนอาจจะรู้สึกคลื่นใส้วิงเวียนหลังจากรับประทานวิตามินตั้งครรภ์ลงไปได้สักพัก หากว่าเรามีอาการอย่างนี้ก็ให้ทานวิตามินพร้อมๆกับของว่างหรือทานก่อนเข้านอนในบางกรณีอาจจะมีอาการท้องผูกได้ซึ่งมีสาเหตุมาจากธาตุเหล็ก เพื่อเป็นการป้องกันอาการท้องผูกควรทำตามนี้:

ดื่มน้ำมากๆรับประทานอาหารที่มีเส้นใยให้มากขึ้นในแต่ละวันให้ร่างกายได้มีการใช้งานบ้างตราบที่กิจกรรมนั้นๆไม่เป็นอันตรายต่อตัวเราพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องการรับประทานยาระบาย

ถ้าได้ทำสิ่งต่างๆดังที่กล่าวมาแล้วและยังไม่หายท้องผูกอีกให้ปรึกษาแพทย์เพื่อที่จะได้เปลี่ยนเป็นวิตามินตั้งครรภ์ชนิดอื่น หรือเปลี่ยนมาเป็นการรับประทานกรดโฟลิก ธาตุเหล็ก แคลเซียมและวิตามิน Dเป็นชนิดแบบแยกแดี่ยวแทน

 

 

โดย admin mamebaby.com

เรียบเรียงจาก Prenatal Vitamins: Why they matter, how to choose

Search for: